นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ของ
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด และ
กลุ่มบริษัทในเครือ “เมเจอร์กรุ๊ป”

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด และ กลุ่มบริษัทในเครือ “เมเจอร์กรุ๊ป” ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทำการตลาดดำเนินธุรกิจในด้านอสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ ในเครือบริษัท “เมเจอร์กรุ๊ป” ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” และรวมถึง บริษัทร่วมทุน และ/หรือ พาร์ทเนอร์ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ตระหนักถึงความสําคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงานของเมเจอร์ และบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เนื่องจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อสังคมและการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงการเคารพสิทธิส่วนบุคคล ของปัจเจกชน ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าท่านจะได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายจากการเข้าชมอสังหาริมทรพย์โครงการในเครือ “เมเจอร์กรุ๊ป” รวมถึงการจอง ทำสัญญาจะซื้อจะขาย การเข้าพักอาศัย และการใช้บริการหลังการขาย อาทิเช่น การเคลมงานที่อยู่ในรับประกัน การแจ้งซ่อมแซม การร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขาย การเสนอโปรโมชั่นและข้อมูลข่าวสาร และการใช้บริการอื่นๆที่เป็นของโครงการในเครือ “เมเจอร์กรุ๊ป” “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม "คุกกี้ (Cookies)" หมายถึง ข้อมูลที่ได้ส่งจากเว็บไซต์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของ ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ในขณะที่ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้นกำลังเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” จึงได้จัดทํานโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อแจ้งให้ทราบถึง รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงมาตรการ รักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

เมื่อท่านกรอกข้อมูลส่วนบุคคลบนแบบฟอร์มแสดงความสนใจในอสังหาริมทรพย์ของโครงการในเครือเมเจอร์กรุ๊ปแล้ว เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้รับโดยทางตรงหรือทางอ้อม ดังต่อไปนี้

  • ชื่อ นามสกุล
  • วันเดือนปีเกิด
  • อายุ
  • เพศ
  • สถานภาพสมรส
  • เบอร์โทรศัพท์
  • ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมลแอดเดรส)
  • ที่อยู่ และรหัสไปรษณีย์
  • ไลน์ ไอดี (Line ID) หรือ ไลน์แอคเค้าท์ (Line Account)
  • สถานที่ทำงาน
  • ข้อมูลรายได้ส่วนบุคคล/รายได้ครัวเรือน
  • ชื่อบริษัท/องค์กร ที่สังกัด
  • หลักฐานการชําระเงิน เลขบัตรเครดิตกรณียินยอมให้หักชำระผ่านบัตรเครดิต
  • เลขประจำตัวประชาชน/สำเนาบัตรประจำตัวประชาน (กรณีสัญชาติไทย) เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน
  • เลขที่หนังสือเดินทาง/สำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
  • ข้อมูลรถยนต์ที่ใช้งาน
  • ข้อมูลสิ่งที่ท่านสนใจ เช่น รูปแบบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ท่านสนใจ งานอดิเรก กิจกรรม Social Network ที่ใช้ประจำ กีฬา หรือการท่องเที่ยว
  • ข้อมูลในการตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกผลิตภัณฑ์และการบริการ เช่น เหตุผลในการซื้อ หรือเลือกที่อยู่อาศัย งบประมาณ วัตถุประสงค์ ผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้เปรียบเทียบ ความเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการบริการ ข้อมูลการเข้าชมผลิตภัณฑ์และการบริการ
  • ข้อมูลซึ่งระบุตำแหน่งพื้นที่ของท่านขณะที่ใช้งานเว็บไซต์ กรณีที่ท่านเปิดการใช้งานระบบ GPS ให้ถือว่าท่านให้ความยินยอมกับ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลตำแหน่งพื้นที่ของท่านขณะใช้งานดังกล่าว อย่างไรก็ตามถ้าท่านต้องการปกปิดข้อมูลนี้ ท่านสามารถติดตั้งโปรแกรมหรือปิดระบบ GPS บนโทรศัพท์มือถือของท่านได้
  • พฤติกรรมการสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์ โดย เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มีสิทธิใช้คุกกี้ (Cookies) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวมรวมข้อมูล เช่น หมายเลขไอพี(IP address), ชนิดของเว็บเบราว์เซอร์(Web browser)ที่ใช้ในการเข้าถึง, หน้าเว็บ (Web page) ที่เข้าเยี่ยมชม, เวลาที่เยี่ยมชม, เว็บไซต์ที่อ้างถึงเว็บของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์
  • ข้อมูลที่ท่านจำเป็นต้องให้ไว้แก่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ตามที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ต้องขอความยินยอม ได้แก่ การให้ข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือ สัญญา หรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลเพื่อเข้าทำสัญญา หรือข้อมูลอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ อาจไม่สามารถดำเนินการให้แก่ท่าน ตามที่ท่านประสงค์ หรือที่บริษัทได้แจ้งไว้ต่อท่าน หรือมีผลอื่นใดตามกฎหมาย, การให้ข้อมูลที่เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การเก็บภาพของท่านในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นต้น
  • ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ซึ่งบริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อน

นโยบายนี้ใช้สำหรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้ผ่านช่องทางของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทั้ง offline และ online เช่น การเข้าเยี่ยมชมโครงการ เว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น โซเชียลมีเดีย (“Platform”) ซึ่งได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ท่านสามารถค้นหา เยี่ยมชม ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เช่น โครงการพักอาศัย ได้แก่ คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และโครงการอื่นๆ, ข่าวสาร โปรโมชั่น ของผลิตภัณฑ์และการบริการ, การดำเนินการใดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ, Major Prestige และ รวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ อื่นๆ เช่น ทางอิเล็กทรอนิกส์ เอกสาร ด้วยวาจาตามสถานการณ์ หรือ ผ่านช่องทางของพาร์ทเนอร์/ผู้ให้บริการอื่น เช่น Facebook และ Line เพื่อการสร้างข้อมูลของท่าน (profiles) หรือตัวแทน (agent) เป็นต้น

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพียงเท่าที่จำเป็น หรือเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวมรวม และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้นทั้งนี้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ อาจเก็บข้อมูลของโดยแปลงเป็นข้อมูลไม่ระบุตัวตน

2. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นผู้ควบคุมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์และภายใต้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

  • เพื่อติดต่อสื่อสาร แจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และบริการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และนำเสนอโครงการที่ลูกค้าอาจจะสนใจ รวมถึงสิทธิประโยชน์ โปรโมชันที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และบริการดังกล่าว หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในอนาคต
  • เพื่อจัดทำแผนการตลาด วิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูลการใช้ รวมถึงการปรับปรุง พัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์
  • เพื่อการทำรายการตามที่ท่านประสงค์ เช่น กรณีท่านลงทะเบียนขอรับข้อมูลและโปรโมชัน เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะจัดเก็บและใช้เฉพาะข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email address) หมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้สำหรับติดต่อกลับ หรือกรณีการจองออนไลน์ (Online Booking) เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะทำการจัดเก็บและใช้ข้อมูลที่จำเป็นในการออกเอกสารสำคัญสำหรับการทำรายการจอง
  • ส่งให้แก่บุคคลที่สามหรือพันธมิตรทางธุรกิจของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์
  • เป็นการจําเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือเพื่อใช้ในการดําเนินการตามคําขอของท่านก่อนเข้าทําสัญญานั้น ได้แก่ การพิสูจน์และยืนยันตัวตนของท่านเพื่อสมัครลงทะเบียนเข้าใช้แอพพลิเคชั่นของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เพื่อใช้ในการติดต่อ และดำเนินการตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เท่านั้น รวมถึงกับคู่สัญญาที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ใช้บริการ เช่น แบ่งปันข้อมูลตำแหน่งพื้นที่ของท่าน กรณี เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ใช้บริการเพื่อการระบุตำแหน่งพื้นที่ของบุคคลอื่น นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ปรับปรุงล่าสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565
  • เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์
  • เป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือของบุคคลอื่น
  • เป็นการจําเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดําเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อํานาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์
  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของท่าน
  • เพื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร นำเสนอโปรโมชั่น นำเสนอข้อมูลโครงการต่าง ของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และกลุ่มบริษัทในเครือ “เมเจอร์กรุ๊ป”
  • เมื่อไม่สามารถอาศัยข้อยกเว้นหรืออ้างอิงฐานทางกฎหมายตามกรณีที่ระบุข้างต้น เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะดําเนินการขอความยินยอมเป็นการเฉพาะจากท่านสําหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยเจ้าของ โครงการจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งและที่ได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น อาทิ การแจ้งข้อมูลข่าวสารของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ผ่านทางอีเมล เอสเอ็มเอส แอปพลิเคชั่น โทรศัพท์มือถือ หรือ ด้วยวิธีอื่นใดที่สามารถติดต่อท่านได้โดยตรง

3. การขอความยินยอม และผลกระทบที่เป็นไปได้จากการถอนความยินยอม

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นผู้ควบคุมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์และภายใต้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

  • ในกรณีที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของท่านที่ให้ไว้กับ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ตลอดเวลา ซึ่งการถอนความยินยอมนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้ว
  • หากท่านถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลบางอย่าง อาจส่งผลให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ไม่สามารถดําเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางอย่างหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในนโยบายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลนี้ได้ เมเจอร์กรุ๊ปขอสงวนสิทธิในการถอนความยินยอมดังกล่าว หากต้องใช้ข้อมูลเพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับการที่ท่านร้องขอให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ดำเนินการ หรืออำนวนความสะดวกเพื่อการพักอาศัย หรือปฏิบัติตามกฏระเบียบของการพักอาศัย หรือร้องขอให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ นำเสนอรายละเอียดข้อมูลโครงการต่างให้ท่าน
  • หากท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ก่อนการให้ความยินยอมโปรดแจ้งรายละเอียดผู้ใช้อํานาจปกครอง ให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทราบ เพื่อให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ สามารถดําเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อํานาจปกครองด้วย รวมถึงการถอนความยินยอมด้วยเช่นกัน เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวจากเด็กอายุน้อยกว่าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด (“ข้อจำกัดด้านอายุ”) หากท่านมีอายุน้อยกว่าข้อจำกัดด้านอายุ โปรดอย่าใช้บริการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ แก่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และหากท่านเป็นบิดามารดาของเด็กที่มีอายุน้อยกว่าข้อจำกัดด้านอายุและทราบว่าบุตรของท่านได้ให้ข้อมูลส่วนตัวแก่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ โปรดติดต่อ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และสามารถขอใช้สิทธิของท่านได้

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นผู้ควบคุมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์และภายใต้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

  • เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ต้องขอความยินยอมภายใต้วัตถุประสงค์ที่กําหนดหรือภายใต้ กฎหมาย ให้แก่หน่วยงานและบุคคลดังต่อไปนี้
    • นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นใดที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์กับเจ้าของโครงการ พาร์ทเนอร์ของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และพนักงานของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และของพาร์ทเนอร์ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นตัวแทนของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในการเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ รวมถึงตัวแทนผู้รับจ้างของบุคคลนั้น รวมถึงผู้ให้บริการอื่นที่มีอํานาจดําเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ทั้งภายในและภายนอก ประเทศ เช่น ผู้ให้บริการ Cloud หรือคู่ค้าอื่นใดของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทั้งนี้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะดําเนินการให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นจะดําเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • บุคคลอื่น รวมถึงตัวแทน ผู้รับจ้างของบุคคลนั้น ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท การจัดกิจกรรมทางการตลาด การเสนอข้อมูลข่าวสารของบริษัท รวมถึงการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เช่น การรับชำระเงิน การจัดทำข้อมูลเอกสาร ระบบเทคโนโลยี การส่งเอกสาร และการวิจัย เป็นต้น
    • ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอก ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง และบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใด ที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จําเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้เพื่อความจําเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย
    • หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรอื่นตามกฎหมาย หรือหน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลใดที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูล ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือตามข้อตกลงที่บริษัทมีต่อหน่วยงานภาครัฐ หรือบุคคลอื่นใด เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คําสั่ง คําร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับหน่วยงานและบุคคลอื่น จะดําเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ ที่กําหนดหรือตามที่กฎหมายให้กระทําได้เท่านั้น
  • ในกรณีที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะจัดให้มี มาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด
  • ในกรณีที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะดําเนินการเพื่อทําให้แน่ใจว่า เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ส่งหรือโอนไปยังประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศที่มีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ อาจ ขอความยินยอมจากท่านสําหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ ตามที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด

5. ระยะเวลาเก็บรวบรวม

  • เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จําเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ที่กําหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไป โดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กําหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ
  • เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนดและ โดยคํานึงถึงแนวปฏิบัติทางธุรกิจสําหรับแต่ละประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล หลังจากระยะเวลาดังกล่าว เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจากการจัดเก็บหรือระบบของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ต่อไป

6. ความมั่นคงปลอดภัยของการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความมั่นใจในการบริหารจัดการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในการป้องกันความเสี่ยง อันอาจทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเข้าถึงโดยมิชอบ รั่วไหล ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข สูญหาย เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จึงได้ สร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ รวมทั้ง ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศที่เป็นที่ยอมรับและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มีมาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยการจํากัดสิทธิ์การเข้าถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จะกําหนดให้เฉพาะบุคคลที่จําเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และกําหนดหน้าที่ให้บุคคลเหล่านั้นจะต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรการการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของ โครงการอย่างเคร่งครัด โดย เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มีมาตรการป้องกันทั้งทางกายภาพและทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นไป ตามมาตรฐานการกํากับดูแลที่บังคับใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์เข้าทําสัญญาหรือข้อตกลงกับบุคคลที่สาม เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะกําหนดมาตรการรักษา ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ครอบครองจะมี ความปลอดภัย

6.1 เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ใช้ Secure Socket Layer (SSL) ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่รับส่งผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงมีการเข้ารหัสข้อมูลและจัดตั้ง Firewall โดย Secured Socket Layer (SSL) เป็นเทคโนโลยีในการเข้าสู่ข้อมูลผ่านรหัส เพื่อป้องกันผู้ที่แอบดักจับข้อมูลขณะที่มีการส่งผ่านเครือข่าย Internet การเข้าสู่ข้อมูลผ่านรหัสนี้จะทำให้ผู้ดักจับไม่สามารถเข้าใจความหมายของข้อมูลได้ นอกจากนี้ เทคโนโลยีนี้ยังใช้สำหรับการยืนยันความมีอยู่จริงของเว็บไซต์อีกด้วย

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะมีการปรับปรุงและทดสอบระบบเทคโนโลยีของบริษัทอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความปลอดภัยสูงสุดและน่าเชื่อถือ ในการนี้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ สงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือการรักษาความปลอดภัย หาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เห็นว่าเครื่องมือดังกล่าวมีมาตรฐานสูงขึ้นและสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ดีมากยิ่งขึ้น

6.2 กรณี เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทำความตกลงไว้กับบุคคลภายนอกในการพัฒนาและดูแลรักษาระบบ และการจัดสรรทรัพยากรหรือบริการในนามของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ บุคคลภายนอกที่เข้ามาดำเนินงานให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือดำเนินการในนามของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะต้องตกลงรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเช่นกัน

7. การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของบุคคลภายนอก

การให้บริการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ อาจมีลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น ผลิตภัณฑ์ และบริการของ บุคคลภายนอก ซึ่งบุคคลภายนอกนั้นอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างเกี่ยวกับการใช้บริการของท่าน นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ใช้เฉพาะสําหรับการเก็บ รวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านลูกค้าผ่าน เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เพื่อดำเนินการตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เท่านั้น เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ไม่สามารถรับผิดชอบในความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัวของข้อมูลใดๆของท่านที่ถูกเก็บรวบรวมโดยเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของบุคคลภายนอก ดังกล่าว แม้ว่าท่านจะกดลิงก์เชื่อมโยงที่ปรากฏบนการให้บริการของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ก็ตาม ทั้งนี้ ท่านควรใช้ความ ระมัดระวังและตรวจสอบนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของ บุคคลภายนอกเหล่านั้นด้วย กรณีที่มีการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ หรือโฆษณาอื่นที่ไม่ใช่ของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นไปตามที่เว็บไซต์นั้น ๆ กำหนด โดย เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิของท่านเป็นสิทธิตามกฎหมาย โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกําหนดของกฎหมาย และ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต

สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และขอให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทําสําเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึง ขอให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่านนั้นได้มาอย่างไรโดยปราศจากความยินยอมของท่าน

สิทธิการเพิกถอนความยินยอม หากท่านได้ให้ความยินยอมให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลท่าน (ไม่ว่า จะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่ จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เว้นแต่ มีข้อจํากัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่

สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ทําให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่ สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทํางานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้ง มีสิทธิขอให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบ ดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทําได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ ไม่สามารถดําเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทํา ขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อดําเนินการตามภารกิจเพื่อ สาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะยังคงดําเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ สามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสําคัญยิ่งกว่าสิทธิ ขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

สิทธิในการลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทําให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือ เห็นว่า เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หมดความจําเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ตามคําร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หมด ความจําเป็นและต้องลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านขอให้เจ้าของ โครงการระงับการใช้แทน

สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

9. ติดต่อเรา

หากท่านมีข้อเสนอแนะหรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และ/หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

ที่อยู่: 141 อาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ชั้น 18 ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เว็บไซต์: www.major.co.th

โทรศัพท์: 02-116 1111

อีเมล: dpo@major.co.th

10. ข้อยกเว้นการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น

10.1 ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วตั้งแต่เวลาท่านได้เปิดเผยข้อมูลให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือถูกเปิดเผยต่อสาธารณะโดยมิใช่ความผิดของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์

10.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับความยินยอมจากท่านไม่ว่าเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการอนุญาตโดยวิธีการอื่นใด

10.3 การเปิดเผยข้อมูลตามความจำเป็น เนื่องจากกระทำตามกฎหมาย คำสั่ง กฎข้อบังคับ คำสั่งศาล หน่วยงานของรัฐ หรือตามความจำเป็นอื่นใด

11. การปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ได้ ในอนาคต ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะประกาศให้ทราบผ่าน เว็บไซต์ของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์

คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในการใช้กล้องวงจรปิด
(CCTV Privacy Notice)
ของ
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด และ
กลุ่มบริษัทในเครือ “เมเจอร์กรุ๊ป”

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด และ กลุ่มบริษัทในเครือ “เมเจอร์กรุ๊ป” (ซึ่งต่อไปในประกาศนี้ เรียกว่า “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” หรือ “เรา” ) กำลังดำเนินการใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) สำหรับการเฝ้าระวังสังเกตการณ์ในพื้นที่ภายในและรอบบริเวณอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ทองหล่อ และอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9 รามคำแหง พื้นที่ส่วนกลางอาคาร ทางเดิน จุดตรวจรถเข้าออก จุดตรวจคนเข้าออก พื้นที่ลานจอดรถ พื้นที่ลิฟต์โดยสาร พื้นที่ลิฟต์ขนของ พื้นที่หนีไฟหรือพื้นที่ทางออกฉุกเฉิน และพื้นที่สำนักงานต่างๆที่อยู่ภายในอาคาร (“พื้นที่”) ของเรา เพื่อการปกป้องชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน ทั้งนี้ เราทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ลูกค้า ลูกจ้าง ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ หรือ บุคคลใด ๆ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “ท่าน”) ที่เข้ามายังพื้นที่ โดยผ่านการใช้งานอุปกรณ์กล้องวงจรปิดดังกล่าว

ประกาศความเป็นส่วนตัวในการใช้กล้องวงจรปิด (“ประกาศ”) ฉบับนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ซึ่งข้อมูลที่สามารถทำให้สามารถระบุตัวท่านได้ (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ดังนี้

1. ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เราดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานกฎหมายดังต่อไปนี้

  • ความจำเป็นในการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น
  • ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราหรือบุคคลอื่น โดยประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • ความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควบคุมดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน และทรัพย์สินของเรา

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เราดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  • เพื่อการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยส่วนตัวของท่าน ซึ่งรวมไปถึงทรัพย์สินของท่าน
  • เพื่อการปกป้องอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพย์สินของเราจากความเสียหาย การขัดขวาง การทำลายซึ่งทรัพย์สินหรืออาชญากรรมอื่น
  • เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการยับยั้ง ป้องกัน สืบค้น และ ดำเนินคดีทางกฎหมาย
  • เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่มีกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์
  • เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการสอบสวน หรือ กระบวนการเกี่ยวกับการส่งเรื่องร้องเรียน
  • เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการริเริ่มหรือป้องกันการฟ้องร้องทางแพ่ง ซึ่งรวมไปถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน
  • อื่น ๆ (หากมี)

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมและใช้

ตามวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งในข้อ 2. เราทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในตำแหน่งที่มองเห็นได้ โดยจะจัดวางป้ายเตือนว่ามีการใช้งานกล้องวงจรปิด ณ ทางเข้าและทางออก รวมถึงพื้นที่ที่เราเห็นสมควรว่าเป็นจุดที่ต้องมีการเฝ้าระวัง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านเข้ามายังพื้นที่ ดังต่อไปนี้

รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

  • ภาพนิ่ง
  • ภาพเคลื่อนไหว
  • เสียง
  • ภาพทรัพย์สินของท่าน เช่น พาหนะ กระเป๋า หมวก เครื่องแต่งกาย เป็นต้น
  • อื่น ๆ (หากมี)

ทั้งนี้ เราจะไม่ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่อาจล่วงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านจนเกินสมควร ได้แก่ ห้องพัก ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ หรือสถานที่เพื่อใช้ในการพักผ่อนของผู้ปฏิบัติงาน

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เราจะเก็บรักษาข้อมูลในกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวกับท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่ทำการเปิดเผย เว้นแต่ กรณีที่เรามีความจำเป็นเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังสังเกตการณ์ตามที่ได้ระบุในประกาศฉบับนี้ เราอาจเปิดเผยข้อมูลในกล้องวงจรปิดแก่ประเภทของบุคคลหรือนิติบุคคล ดังต่อไปนี้

  • หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยเหลือ สนับสนุนในการบังคับใช้กฎหมาย หรือเพื่อการดำเนินการสืบสวน สอบสวน หรือการดำเนินคดีความต่าง ๆ
  • ผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพื่อความจำเป็นในการสร้างความมั่นใจในเรื่องการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ รวมทั้งทรัพย์สินของท่านหรือบุคคลอื่น
  • อื่น ๆ (หากมี)

5. สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของท่าน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • สิทธิในการเข้าถึง รับสำเนา และขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราเก็บรวบรวมอยู่ เว้นแต่กรณีที่เรามีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
  • สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  • สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
    • เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่เราทำการตรวจสอบตามคำร้องขอของท่านให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
    • ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
    • เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์เราได้แจ้งไว้ในการเก็บรวบรวม แต่ท่านประสงค์ให้เราเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของท่าน
    • เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่เรากำลังพิสูจน์ให้ท่านเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่กรณีที่เราเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น เราสามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะตามภารกิจของเรา)

6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเฝ้าระวังสังเกตโดยการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิดตามที่ประกาศนี้กำหนด เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่าน เป็นระยะเวลา 2 ปี (ระบุระยะเวลาเป็นจำนวนวัน เดือน หรือปี, หรือระบุระยะเวลาโดยประมาณ) นับจากวันที่กล้องได้บันทึกข้อมูลดังกล่าว (ระบุสถานการณ์ เงื่อนไข หรือเหตุการณ์ ที่ใช้ตัดสิน เช่น เมื่อเจ้าหน้าที่ของอาคารได้ทำการตรวจสอบย้อนหลังเรียบร้อยแล้ว) โดยระยะเวลาดังกล่าวเป็นไปตามอายุความในการตรวจสอบหากพบหรือทราบว่ามีการทุจริตหรือมีเหตุละเมิดเกิดขึ้น (หากมีแหล่งอ้างอิงระยะเวลาการจัดเก็บตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อปฏิบัติ สิทธิ โปรดระบุแหล่งดังกล่าวให้ชัดเจน) ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวเราจะทำการ ลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป

7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

เรามีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของเรา

นอกจากนี้ เราได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม

8. ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

เราได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่เฉพาะผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกิจกรรมการประมวลผลนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยเราจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด

9. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ เราอาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางประกาศที่ปิดไว้ที่หน้าเว็ปไซต์ ด้านหน้าอาคาร, ป้อม รปภ, โต๊ะประชาสัมพันธ์ม ลิฟต์โดยสาร และ/หรือ QR Code (ระบุช่องทางแจ้ง เช่น แปะไว้ที่ทางเข้า หรือแสดง QR Code ที่ป้อม รปภ. หรือโต๊ะประชาสัมพันธ์ เป็นต้น) โดยมีวันที่ของเวอร์ชันล่าสุดกำกับอยู่ตอนท้าย อย่างไรก็ดี เราขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะเข้ามาในพื้นที่ของเรา

การเข้ามาในพื้นที่ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้ ทั้งนี้ โปรดระงับการเข้าพื้นที่ หากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในประกาศฉบับนี้ หากท่านยังคงเข้ามาในพื้นที่ต่อไปภายหลังจากที่ประกาศนี้มีการแก้ไขและนำขึ้นประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าท่านได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว

10. การติดต่อสอบถาม

ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับประกาศฉบับนี้ได้ที่

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

  • เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
  • ที่อยู่: 141 อาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ชั้น 18 ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • เว็บไซต์: www.major.co.th
  • โทรศัพท์: 02-116 1111
  • อีเมล: dpo@major.co.th