ถ้าพูดถึงทำเลที่ "ครบเครื่องที่สุด" แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ชื่อของ ห้าแยกลาดพร้าว ต้องติดโผอย่างไม่ต้องสงสัย วันนี้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะพาทุกคนมาชม คอนโดพร้อมอยู่ใหม่ล่าสุด ที่ครบเครื่องที่สุดในห้าแยกลาดพร้าว ยกระดับการใช้ชีวิตให้ “มากกว่าเดิมในทุกมิติ” กับ เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว (Metris District Ladprao) คอนโด High Rise เลี้ยงสัตว์ได้ ออกแบบมาเพื่อคนเมืองยุคใหม่ คนทำงาน คนลงทุน และที่สำคัญ คือ คนรักสัตว์
เพราะในยุคที่สัตว์เลี้ยงกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว การหาที่อยู่อาศัยที่สามารถเลี้ยงน้องหมา หรือน้องแมวได้ กลายเป็นความต้องการสำคัญของคนเมือง แต่คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพอย่าง ห้าแยกลาดพร้าว กลับมีตัวเลือกที่น้อยมาก หรือจะกล่าวได้ว่าแทบไม่มีที่ไหนเลยที่เป็น คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แบบ 100% เหมือนกับที่นี่ หากคุณกำลังมองหา คอนโดเลี้ยงหมาได้, คอนโดเลี้ยงแมวได้ ที่อยู่ในทำเลดี เดินทางสะดวก และพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โครงการ เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว คือคำตอบที่ใช่ที่สุดในเวลานี้


เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 45 ชั้น ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนลาดพร้าวตอนต้น ใกล้ห้าแยกลาดพร้าวในระยะประมาณ 550 เมตร โดดเด่นด้วยการรายล้อมของโครงข่ายถนนสายหลักสำคัญของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าว ช่วยให้การเดินทางเข้า–ออกเมืองเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อสู่ทางด่วนสายหลักได้หลากหลายเส้นทาง อาทิ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษศรีรัช–วงแหวนรอบนอก รองรับทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางได้อย่างลงตัว

ไฮไลต์ที่โดดเด่นคือ โครงการอยู่ใกล้กับ MRT สถานีพหลโยธิน (ทางออก 1 บริเวณลาดพร้าว ซ.4) เพียง 230 เมตร ซึ่งเป็นสถานี Interchange เชื่อมต่อกับ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว และยังใกล้ MRT สถานีลาดพร้าว ที่เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่ “ต่อเดียวถึง” ทั้งสยาม อโศก สาทร สีลม และโซนธุรกิจสำคัญ ตอบโจทย์กลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ต้องควบคุมเวลาในการเดินทางหรือใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักในวันทำงาน

สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ถ้าไปโซนในเมือง จากห้าแยกลาดพร้าว สามารถขับเข้าจตุจักร สะพานควาย ยาวไปจน อนุสาวรีย์ชัย ฯ ได้เลย หรือจะตัดเข้าถนนวิภาวดีรังสิต วิ่งไปเข้าดินแดง และอนุสาวรีย์ชัยฯ ได้อีกทางเช่นกัน และเส้นนี้มีทางด่วนโทลล์เวย์ให้ขึ้นอีกด้วย

หรือถ้าหากกลับรถ วิ่งถนนลาดพร้าวฝั่งเลขคี่ มุ่งสู่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ตัดเข้าถนนรัชดาภิเษก วิ่งตามแนวรถไฟฟ้า MRT ตรงไปสุทธิสาร ห้วยขวาง แยกพระรามเก้า ตรงข้ามไปเข้าอโศกดินแดง มีทางแยกไปเข้าจตุรทิศได้ หรือตรงไปแยกอโศก-เพชรบุรี ซึ่งจากแยกอโศก-เพชรบุรี ตัดเข้าเพชรบุรีหรือตรงไปเข้าอโศกมนตรีได้เลย ผ่านแยกอโศกก็จะถึงถนนสุขุมวิท จะไปฝั่งพร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย หรือไปฝั่งนานา เพลินจิต ชิดลม สยามก็สะดวก หรือถ้าข้ามแยกอโศกไปอีก จะเชื่อมออกถนนพระรามสี่ ไปสาทร สีลมได้




กรณีออกนอกเมือง สามารถใช้ถนนวิภาวดีรังสิตขาออกเมือง วิ่งไปผ่านบางเขน หลักสี่ ดอนเมือง ไปเชื่อมกับถนนพหลโยธิน ออกรังสิต อยุธยาได้ มีทางด่วนโทลล์เวย์ให้ขึ้น หรือใช้ถนนพหลโยธิน วิ่งผ่านแยกรัชโยธิน เกษตร วงเวียนหลักสี่ สะพานใหม่ ออกรังสิตได้อีกทาง ส่วนถนนลาดพร้าววิ่งออกไปบางกะปิ เชื่อมต่อไปเลียบด่วนรามอินทรา รามคำแหง มีนบุรีได้ หรือจากถนนรัชดาภิเษกตรงไปฝั่งวงศ์สว่าง พระราม 7 จรัญสนิทวงศ์ ปิ่นเกล้าได้เช่นกัน


ทำเลย่านนี้นับว่ามีความอุดมสมบูรณ์สูง มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อยู่ในระยะเดินไม่กี่ก้าวถึง ทั้ง เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน (ใหม่), Union Mall, Big C ลาดพร้าว, Lotus’s ลาดพร้าว รวมทั้งอาคารสำนักงานใหญ่มากมาย และองค์กรขนาดใหญ่อย่าง PTT และ SCB Park อยู่ใกล้ๆ รวมถึงมีตลาดนัดขายอาหาร ขายเสื้อผ้า ร้านอาหาร และร้านแฮงค์เอ้าท์ หาของกินง่ายทั้งกลางวันกลางคืน ตอบรับกับดีมานด์ซึ่งเป็นพนักงานออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง


เป็นทำเลที่เรียกได้ว่าครบครันในทุกๆด้าน ไปไหนมาไหนสะดวกมากทั้งรถส่วนตัว หรือรถสาธารณะ จะลงทุนระยะสั้นหรือปล่อยเช่าก็มีทั้งกลุ่มลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศ และนักเรียน นักศึกษา ที่สามารถเดินทางไปแหล่งทำงาน สถานศึกษาได้ง่าย มีทางเลือกในการเดินทางเยอะ และมีความอุดมสมบูรณ์สูง
ห้างสรรพสินค้า
สถานศึกษา
ศูนย์การแพทย์
สถานที่ราชการและอาคารสำนักงาน
อื่นๆ


โครงการ เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบอาคารสูง (High Rise) สูง 45 ชั้น ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 3-2-14.3 ไร่ ประกอบด้วยห้องชุดพักอาศัยจำนวน 741 ยูนิต และมีห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ (ร้านค้า) บริเวณชั้นล่างจำนวน 3 ยูนิต ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกซื้ออาหารและของใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การเข้า–ออกโครงการมีเพียงทางเดียว อยู่บริเวณหน้าโครงการ และเป็นการสัญจรแบบวนรอบอาคาร ไม่ว่าจะเป็นลูกบ้าน ผู้มาเยี่ยมเยือน หรือรถแท็กซี่ ทุกคันต้องผ่านซุ้มประตู รปภ. ด้านหน้าโครงการก่อนเข้าไปด้านใน ซึ่งพื้นที่จอดรถมีตั้งแต่ชั้นล่างรอบอาคาร ไปจนถึงชั้น 7 ของส่วนอาคาร โดยที่จอดรถคิดเป็น 42% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)

โดยพื้นที่ส่วนกลางถูกกระจายไว้หลายระดับ ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึง Sky Facilities ด้านบนอาคาร
เริ่มต้นจากด้านนอกอาคาร บริเวณชั้น 1 จะสามารถพบกับ...


เมื่อเข้ามาด้านในอาคารจะพบกับ....




นอกจากนี้ ลิฟท์โดยสารจะมีทั้งหมด 4 ตัว ในตัวลิฟต์จะต้องใช้ระบบ Face Scan จึงใช้งานได้เฉพาะลูกค้าที่ลงทะเบียนใบหน้าไว้กับทางโครงการเท่านั้น

และเมื่อขึ้นลิฟท์มายังชั้น 43 ก็จะเป็นส่วนกลางสำคัญที่ลูกบ้านมักใช้งานบ่อยๆ




นอกจากนี้ โครงการเมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว ยังเป็นคอนโด Pet-Friendly 100% หนึ่งเดียวในย่าน ที่พัฒนาและยกระดับสู่แนวคิด Pet Family Residences อย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของทั้งผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง ที่ได้รับการดูแลเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ซึ่งถือเป็น DNA สำคัญของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในการออกแบบที่เข้าใจคนรักสัตว์อย่างแท้จริง



โดยพื้นที่เหล่านี้เป็นการร่วมมือการออกแบบ โดยได้รับคำปรึกษาจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่ออีกด้วย ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ “เลี้ยงได้” แต่คือการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างมีคุณภาพและเป็นระบบ ดังนั้น ทุกพื้นที่จึงออกแบบมาให้ใช้งานได้จริง และสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ “มากกว่า” คอนโดทั่วไป
อีกหนึ่งจุดเด่นของ คอนโด เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว คือการออกแบบ Layout ที่ลงตัว ได้ห้องใหญ่ พื้นที่ใช้สอยมากกว่า ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการมีพื้นที่เพียงพอให้สัตว์เลี้ยงได้วิ่งเล่นและใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ห้องพักอาศัยมีการจัดสรรพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อน มุมทำงาน หรือมุมสำหรับน้องหมาน้องแมวโดยเฉพาะ ซึ่งชั้นพักอาศัยจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 8 ถึง ชั้น 42 มีห้องให้เลือกแบบ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 2 Bedrooms 1 Bathroom, 2 Bedrooms 2 Bathrooms ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 23.7-49.6 ตร.ม.

ห้องทุก Type จะเป็นแบบ Fully Fitted โดยผนังเป็นแบบห้องฉาบเรียบทาสีขาว ที่มีการเลือกใช้นวัตกรรมสีทาผนัง Top Grade แบบ Non-Toxic ไร้กลิ่นสารระเหยและปราศจากสารก่อมะเร็ง เพื่อให้คุณเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการปล่อยสารอันตรายใดๆ หลังการใช้งานและการอยู่อาศัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นติดห้อง และยังมั่นใจในความปลอดภัยต่อสุขภาพอีกด้วย

ทุกยูนิตออกแบบด้วยนวัตกรรม Double Wall ให้มีช่องว่างระหว่างยูนิต 20 มม. กันเสียงรบกวนได้ถึง 47 เดซิเบล เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พักอาศัย ไม่ต้องกังวลเสียงจากห้องด้านข้าง
นอกจากนี้ ห้องทุก Type จะมีการติดตั้งวัสดุพื้นฐานเหมือนกันในแต่ละส่วน ได้แก่

พื้นภายในห้องโซนพักอาศัยจะเป็นพื้นไม้ SPC ที่มีความหนาถึง 4 มม. มีคุณสมบัติทนต่อรอยเล็บขีดข่วน ไม่เก็บกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ทำความสะอาดง่าย ทนความชื้น และปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพอุ้งเท้าของสัตว์เลี้ยง

และในส่วนของห้องครัว จะเป็นพื้นกระเบื้อง Hygienic Tile ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในครัว ดูแลความสะอาดง่าย มีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียด้วยสาร Silver Nano รวมถึงการใช้สีทาภายในที่มี Microban ช่วยยับยั้งเชื้อโรค ทำความสะอาดง่าย เป็นมิตรกับคนและสัตว์เลี้ยง

สำหรับชุดครัว Built-in จะมาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันของ Hafele พร้อมส่วน Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ ทนต่อน้ำและความร้อนได้ดี รวมถึงมี Backsplash กรุกระเบื้องด้านผนังด้านหลัง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วนด้านบนและด้านล่างเคาน์เตอร์จะเป็นตู้เก็บของพร้อมบานปิด ซึ่งเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่ได้มาตรฐาน Zero VOC ปราศจากสารต่างๆ ที่ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นทางการหายใจ ทางผิวหนัง การสัมผัส และการสูดดม รับรองว่ามาอยู่ที่นี่ ทุกการออกแบบได้ผ่านการใส่ใจรายละเอียดและยังเป็นมิตรต่อทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

ส่วนภายในห้องน้ำ จะได้สุขภัณฑ์ในห้องน้ำครบชุดจากแบรนด์ COTTO พร้อมบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอน เดินเข้า-ออกได้สะดวก แยกโซนเปียก-แห้ง พร้อมระบบ Smart Floor Drain กักเก็บเส้นผมและขนเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน และยังช่วยลดกลิ่นจากท่อระบายน้ำอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมี Home Automation มาให้ เช่น Digital Door Lock และเครื่องกรองอากาศติดฝ้าเพดาน ระบบ Nanoe-X ทุกยูนิต* ที่มีนวัตกรรม Nanoe-X ช่วยกำจัดและยับยั้งเชื้อไวร้ส ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์จากอนุมูลไฮดรอกซิล (OH) ช่วยกำจัดกลิ่น ยับยั้งแบคทีเรียและไวรัส เชื้อรา สารก่อภูมิแพ้ ละอองเกสรดอกไม้ ช่วยให้ผิวและเส้นผมชุ่มชื้น

รวมถึง IP Smart Camera กล้องอัจฉริยะที่เอาไว้ให้มอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยงภายในห้องแม้ไม่อยู่บ้าน และสามารถพูดคุยกับคนในห้องได้ผ่านสมาร์ทโฟน และ Door Sensor ตรวจเวลาเข้าออกห้องทำให้สามารถตั้งระบบไฟและเครื่องปรับอากาศในห้องพักได้ มาให้อีกด้วย
วันนี้เมเจอร์ฯ จะพาไปเจาะลึก Layout ห้องตัวอย่างจริง กับห้องจำนวน 4 รูปแบบ ได้แก่ Studio, 1 Bedroom ครัวเปิด / ครัวปิด และ 1 Bedroom Plus

จุดเด่นของห้องนี้คือ เป็นห้องหน้ากว้าง ได้ช่องแสงเยอะ ห้องจะดูโปร่งโล่งมากกว่าห้องแบบหน้าแคบลึก โครงการออกแบบให้พื้นที่เตียงนอนติดหน้าต่าง จึงได้วิวและแสงจากภายนอก โครงการจะมีประตูบานเลื่อนกั้นห้องครัวมาให้ เป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอนทำให้เปิดได้กว้าง เดินผ่านเข้า-ออกสะดวก ช่วยกันกลิ่นควัน เข้าโซนพักอาศัยหลักได้ระดับนึง และมีพื้นที่อเนกประสงค์ริมหน้าต่าง ให้สามารถปรับการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์

เข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ครัวเป็นส่วนแรก ฝั่งขวาเป็นห้องน้ำ ซึ่งพื้นที่โซนนี้จะมีประตูบานเลื่อนกั้นไม่ให้กลิ่นควันเข้าไปด้านในที่เป็นส่วนของห้องนอน

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ก็จะมี Pantry ครัว มีซิงค์ล้างจาน และเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน Top เป็นหินสังเคราะห์ ส่วน Backsplash ด้านหลังจะติดกระเบื้องแกรนิตโต้มาให้ เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย รวมถึงได้ตู้เก็บของทั้งหมด และมีพื้นที่เว้นช่องไว้ให้วางตู้เย็นด้านข้าง

ในส่วนของห้องน้ำแบ่งเป็นส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ให้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ครบตามอย่างห้องตัวอย่าง

เข้ามาโซนพักผ่อน ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง เพราะได้ช่องแสงยาวตลอดแนวผนัง

พื้นที่วางเตียงนอน สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต เพื่อให้เหลือพื้นที่ด้านข้างไว้จัดโต๊ะทำงาน หรือจะแค่วางโซฟาริมหน้าต่างตัวเดียวก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ความชอบของแต่ละคน

ห้อง Type 1 Bedroom มีการออกแบบ Layout จัดมาเป็นห้องหน้ากว้าง ภายในแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้เป็นสัดส่วน ประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และครัวปิด ติดระเบียง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 30 ตร.ม. โดยห้อง Type นี้ จะเน้นใช้กระจกบานเลื่อนในการแบ่งฟังก์ชันแต่ละส่วน ช่วยทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด และยังช่วยดึงแสงธรรมชาติจากฝั่งด้านนอกเข้ามายังภายในห้องได้ทุกมุม

Living Area จัดให้ส่วนนั่งเล่น และส่วนรับประทานอาหารอยู่ร่วมกัน สามารถวางชุดโซฟาแบบ Love Seat และโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ใช้งานแบบต่อเนื่อง ทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชอบทำกิจกรรมพร้อมๆ กันในพื้นที่เดียวกัน สามารถนั่งทานข้าวพร้อมกับดูโทรทัศน์ไปด้วย หรือปรับเปลี่ยนโต๊ะทานอาหารเป็นโต๊ะทำงานเวลา Work From Home ก็ได้

ครัวปิดติดระเบียง พร้อมประตูบานเลื่อนกระจก ช่วยให้ทำอาหารได้สะดวกขึ้น ป้องกันกลิ่นควันจากในห้องครัวมารบกวนพื้นที่ส่วนอื่นๆ โดยภายในห้องครัวจะติดตั้งชุด Built-in ครัว สูงเต็มผนัง ได้พื้นที่เก็บของทั้งตู้ชั้นบน และชั้นล่าง พร้อมเคาน์เตอร์หินสังเคราะห์ และ Backsplash เพื่อการทำความสะอาดที่ง่ายขึ้น มาพร้อมชุดเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน และซิงค์อ่างล้างจานจากแบรนด์ Hafele ส่วนพื้นใช้วัสดุเป็นกระเบื้อง Hygienic Tiles ที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ห้องนอน พร้อมมุมรองรับการจัดที่นั่งสำหรับ Work From Home โดยตำแหน่งเตียงนอนจะอยู่ใกล้กับหน้าต่างของห้อง ช่วยให้รับแสงธรรมชาติผ่านหน้าต่าง และยังสามารถรับวิวเมืองภายนอกได้ด้วย โดยจะมีบานกระทุ้งให้ 1 บาน เอาไว้ช่วยระบายอากาศภายในห้องได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ตู้เสื้อผ้า Built-in แบบสูงเต็มผนัง ภายในทำราวแขวนผ้ามาให้เรียบร้อย ส่วนด้านล่างมีลิ้นชักสำหรับเก็บชุดชั้นในเพิ่มเติมอีกด้วย

ห้องน้ำได้สุขภัณฑ์ครบชุด โดยภายในห้องจะแยกส่วนเปียก-แห้งไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน โดยบริเวณส่วนเปียกหรือพื้นที่อาบน้ำ จะได้ฉากกั้นบานเลื่อน 3 ตอน แบบ Frame สีดำ ที่ดูสวยทันสมัยมาให้อีกด้วย

ห้อง Type 1 Bedroom ครัวเปิด มีการออกแบบ Layout ให้พื้นที่บริเวณห้องครัวเป็นแบบเปิดโล่ง สามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนอื่นๆ โดยที่ไม่มีผนังหรือประตูมากั้นไว้ ทำให้พื้นที่ภายในห้องจะดูกว้างมากยิ่งขึ้น พื้นที่นั่งเล่นติดระเบียงด้านใน จากนั้นจึงแยกเข้าไปเป็นแนวทางเดินที่เชื่อมไปยังส่วนพักผ่อนของห้อง โดยจะมีห้องน้ำอยู่ตรงกลาง สามารถใช้งานได้ง่ายจากทุกตำแหน่งภายในห้อง

เข้ามาจะเจอกับพื้นที่ครัว ซึ่ง Built-in ให้ครบชุด ทั้งบานตู้ และ Top เคาน์เตอร์หินสังเคราะห์ ที่มีทั้งเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว และเครื่องดูดควัน เหมาะกับการทำอาหารแบบเบสิก ไม่มีควันหรือกลิ่นที่เยอะจนเกินไป เช่น อาหารฝรั่ง การอุ่นอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น รวมถึง Backsplash ด้านหลัง เพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด โดยด้านข้างมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น และด้านตรงข้ามสามารถจัดเป็นมุมพื้นที่รับประทานอาหารติดผนัง 2 ที่นั่ง

ได้ Living Area แบบติดริมระเบียงที่มีขนาดระยะดูทีวีพอเหมาะกับสายตา สามารถวางโซฟาได้แบบ 2-3 ที่นั่ง

ส่วนของห้องนอนด้านในจะได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียง 5 ฟุต ได้สบายๆ โดยที่เหลือพื้นที่รอบเตียงให้เดินได้ ด้านในได้ช่องแสงของห้องตรงบริเวณหน้าต่างข้างเตียง และมีพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ด้วย ข้อดีของห้องนี้คือส่วนพักผ่อนจะได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เนื่องจากจะได้เป็นประตูไม้บานทึบแบบบานสวิง

ห้องน้ำตกแต่งด้วยกระเบื้อง และสุขภัณฑ์ครบชุด ได้ฉากกั้นอาบน้ำแบบบานเลื่อน 3 ตอนแยกโซนเปียก-แห้งเช่นเดียวกัน ทำให้ใช้งานเป็นสัดส่วน ดูสะอาดและเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น

ห้อง Type 1 Bedroom Plus มีการออกแบบ Layout ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ชีวิตคนยุคใหม่ ฟังก์ชันเป็นสัดส่วนและลงตัวมากยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันภายในประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 34 ตร.ม. เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ชอบทำกิจกรรมหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กัน

ห้องอเนกประสงค์ได้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และยังเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก ทำให้ห้องได้รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี โดยมีประตูบานเลื่อนกั้นมาให้ ทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วน สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ตามชอบ เช่น มุมทำงานส่วนตัว ห้องนั่งเล่น มุมออกกำลังกาย หรือแม้แต่ห้องเลี้ยงน้องหมาหรือน้องแมว เป็นต้น
ด้วยรูปแบบห้องหน้ากว้าง ทำให้ห้องนั่งเล่นได้พื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ โดย Living Area สามารถจัดส่วนนั่งเล่นพักผ่อน และส่วนรับประทานอาหารอยู่ร่วมกันได้เลย สามารถนั่งทานอาหาร พร้อมกับดูทีวีไปด้วย หรือจะปรับเปลี่ยนโต๊ะทานอาหารเป็นมุมทำงานเวลา Work From Home ก็ได้เช่นกัน อีกทั้งมุมนี้ยังสามารถรับแสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาจากทางห้องอเนกประสงค์ได้เต็มๆ ทำให้ห้องดูโปร่ง ไม่อึดอัด

ห้อง Type นี้ แม้ว่าจะได้เป็นรูปแบบห้องครัวเปิด ซึ่ง Built-in ชุดครัวมาให้ครบชุด สามารถใช้งานได้ครบไม่ต่างจากห้องครัวปิด เหมาะสำหรับคนที่ไม่เน้นทำอาหารประจำ แต่ก็ยังสามารถทำอาหารง่ายๆ หรืออาหารที่กลิ่นไม่แรงมาก และหมดห่วงเรื่องกลิ่นรบกวน เพราะมีที่ดูดควันมาให้พร้อม

ห้องนอน สามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต พร้อมวางโต๊ะข้างเตียงได้ เพื่อให้มีทางเดินรอบเตียง จะช่วยให้ดูไม่น่าอึดอัดจนเกินไป ด้านข้างเตียงได้เป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ไว้รับแสงธรรมชาติ พร้อมรับชมวิวเมืองได้ทุกวัน ซึ่งจะมีบานกระทุ้ง 1 บาน สามารถใช้เปิดระบายอากาศได้ ส่วนตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นตู้ Built-in บานเปิด ภายในจะแบ่งช่องเก็บของมาให้อีกด้วย

ห้องน้ำ Double Access เข้าออกได้ 2 ทาง โดยเดินเชื่อมได้จากทั้งในส่วนของ Living Area และห้องนอน สะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ภายในห้องน้ำจะแบ่งเป็นส่วนเปียกส่วนแห้ง พร้อมสุขภัณฑ์ครบชุด โดยส่วนเปียกจะมีฉากกั้นบานเลื่อน 3 ตอนมาให้พร้อม ด้านในติดตั้งฝักบัวพร้อมช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ด้วย
นอกจากห้องตัวอย่างที่นำมารีวิวไปแล้ว โครงการนี้ยังมีห้องพักอาศัยขนาดใหญ่ให้เลือกอีก 2 รูปแบบ ได้แก่ Type 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 42.0 – 42.6 ตารางเมตร และ Type 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 49.6 ตารางเมตร ซึ่งเป็นแบบที่ได้รับความนิยมสูงและได้ปิิดการขายไปก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็ว หากมีความสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายประจำโครงการได้

ย่านห้าแยกลาดพร้าวถือเป็นทำเลฮอตของกรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความครบถ้วนทั้งการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และการเติบโตด้านเศรษฐกิจ ทำให้หลายปีหลังกลายเป็นย่านที่นักลงทุนอสังหาฯ จับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่ง การมาถึงของโครงการ เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว ซึ่งเป็นโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้อีกแห่ง หลังจากความสำเร็จของโครงการที่ปิดการขายไปก่อนหน้าอย่าง เมทริส ลาดพร้าว ยิ่งตอกย้ำศักยภาพทำเลที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง และการลงทุนด้วยค่าเช่าที่ดีต่อเนื่อง และในวันนี้ เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว เป็นคอนโดใหม่พร้อมอยู่ ที่เลี้ยงสัตว์ได้แห่งเดียวในย่าน ซึ่งเป็นโมเมนต์ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด เพราะสามารถเริ่มปล่อยเช่าได้ทันที พร้อมจับโอกาสทำกำไรที่ดีที่สุดในรอบโครงการ
ด้านล่างนี้คือ 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ “เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว” กลายเป็นคอนโดทำเลห้าแยกลาดพร้าว ที่ลงทุนง่ายและได้ผลตอบแทน Yield สูงถึง 7%* เลยทีเดียว

ย่านห้าแยกลาดพร้าวรายล้อมด้วยมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง ทำให้มีดีมานด์เช่าสดใหม่ตลอดทั้งปี เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน), มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, สถาบันการบินพลเรือน, มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ฯลฯ
ทำให้กลุ่มนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา จึงเป็นผู้เช่ากำลังซื้อดีและต้องการที่พักอาศัยใกล้รถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้การลงทุนคอนโดใกล้รถไฟฟ้าอย่าง เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว มีความต้องการสูง โดยเฉพาะห้องรูปแบบ Studio และ 1 Bedroom ที่ได้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ปรับฟังก์ชันได้จริง ใช้พื้นที่คุ้มค่า ถือเป็นห้องที่ปล่อยเช่าง่ายที่สุดในตลาดย่านนี้
นอกจากนี้ ตัวโครงการยังใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์อย่าง เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน (ใหม่), Union Mall, Major Cineplex รัชโยธิน ทำให้ผู้เช่าที่มองหา คอนโดใกล้ห้าง และสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์เรื่องอาหารการกิน การช้อปปิง หรือกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ เลือกที่นี่เป็นตัวเลือกแรก ๆ เพราะเดินทางสะดวก ใช้ชีวิตง่าย และคึกคักตลอดเวลา

ไม่เพียงแต่ใกล้มหาวิทยาลัย แต่ห้าแยกลาดพร้าวยังเป็นศูนย์รวมออฟฟิศชั้นนำระดับ TOP TIER ดีมานด์กลุ่มคนทำงานแน่นทั้งปี เช่น สำนักงานใหญ่ ปตท., การบินไทย, SCG, กระทรวงพลังงาน, SCB Park Plaza, อาคาร Sun Tower, ธุรกิจสายเทค–สื่อสาร–สตาร์ทอัพในโซนรัชดา–พหลโยธิน, โครงการออฟฟิศและมิกซ์ยูสตามแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ความต้องการที่อยู่อาศัยชั้นคุณภาพของพนักงานออฟฟิศระดับมืออาชีพจึงเติบโตสูง ทำให้โครงการที่เดินทางสะดวกอย่าง เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของผู้เช่ากลุ่มทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัวโครงการเป็น คอนโดใกล้รถไฟฟ้า เดินถึงได้สบาย และเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเรื่องคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้อย่าง คอนโดเมเจอร์
ด้วยดีมานด์กลุ่มคนทำงานที่ต้องการคอนโดคุณภาพสูง ส่งผลให้ค่าเช่าสม่ำเสมอ ทำให้การลงทุนระยะยาวมีเสถียรภาพและได้ Yield ที่ดีคงที่ เฉลี่ยสูงถึง 7%* ต่อปี เมื่อเลือกยูนิตที่เหมาะสม

จุดขายที่โดดเด่นที่สุดของ เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว คือการเป็น คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้100% ที่มีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ซึ่งหาได้ยากมากในทำเลห้าแยกลาดพร้าว นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาค่าเช่าและดีมานด์เพิ่มสูงขึ้นกว่าคอนโดทั่วไป เพราะครอบครัวรุ่นใหม่ หรือคนทำงานที่มีสัตว์เลี้ยงกำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น
ยูนิตของโครงการยังออกแบบให้เป็น คอนโดห้องใหญ่ ฟังก์ชันลงตัว มีพื้นที่อยู่อาศัยสบาย ไม่อึดอัด เหมาะกับทั้งผู้เช่าและผู้เลี้ยงสัตว์ จึงปล่อยเช่าง่ายกว่า และได้ราคาสูงกว่าเฉลี่ยของตลาด หากใครมองหาคอนโดทำเลห้าแยกลาดพร้าวที่ลงทุนง่าย Yield เด่น นี่คือจังหวะดีที่สุด
โครงการ เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Maximal Life ใช้ชีวิตให้สุดในทุกด้าน ิ ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์เมือง ถ่ายทอดผ่านงานออกแบบสไตล์ Mid Century Modern ผสานแนวคิด Juxtaposition ที่นำความแตกต่างมาจัดวางอย่างกลมกลืน ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงในทุกพื้นที่ เพื่อรองรับวิถีชีวิตยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ Work From Home การใช้ชีวิตแบบ Urban Lifestyle รวมถึงการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันอย่างมีคุณภาพ
ด้วยทำเลศักยภาพย่าน ห้าแยกลาดพร้าว ใกล้รถไฟฟ้า รายล้อมด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ แหล่งงานระดับ TOP TIER มหาวิทยาลัยชั้นนำ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โครงการจึงตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ผู้ที่มองหาคอนโดใกล้ที่ทำงาน รวมถึงผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยในเมืองโดยไม่ละทิ้งไลฟ์สไตล์ส่วนตัว โดยเฉพาะกลุ่ม Pet Lover เนื่องจากเป็นโครงการเดียวในย่านที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ทุกยูนิต ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่หาได้ยากในคอนโดใจกลางเมือง หรือย่านธุรกิจสำคัญ และที่สำคัญคือใกล้รถไฟฟ้า
ในด้านรูปแบบห้องพักอาศัย โครงการจัดว่ามีรูปแบบห้องให้เลือกหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยในแต่ละไลฟ์สไตล์ เริ่มตั้งแต่ห้องสตูดิโอ ซึ่งเหมาะสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ หรือผู้ที่มองหาคอนโดเพื่อการลงทุน เนื่องจากมีขนาดที่เหมาะกับการอยู่อาศัย ดูแลรักษาง่าย และเป็นรูปแบบห้องที่ได้รับความนิยมในตลาดเช่า
สำหรับ 1 ห้องนอน ครัวเปิด เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในเมือง ชอบความโปร่งโล่งของพื้นที่ และต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่เชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการทำงานแบบ Work From Home
สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานครัวอย่างจริงจัง ห้อง 1 ห้องนอน ครัวปิด จะช่วยแยกพื้นที่ปรุงอาหารออกจากส่วนพักอาศัยได้อย่างเป็นสัดส่วน เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ทำอาหารเป็นประจำ หรือผู้ที่ต้องการลดกลิ่นและควันภายในห้อง
ขณะที่ห้อง 1 ห้องนอน พลัส ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องแต่งตัว หรือพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัวขนาดเล็ก หรือผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่มากขึ้น
รูปแบบห้องทั้งหมดได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมรองรับทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุนในระยะยาว
ด้วยศักยภาพทั้งด้านทำเล การออกแบบ และกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว จึงเหมาะทั้งสำหรับการอยู่อาศัยเองและการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่าที่มีความต้องการสูง การขายต่อที่มีโอกาสเติบโตของราคาในอนาคต หากคุณกำลังมองหาคอนโดจากเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ที่ตอบโจทย์ทั้งทำเล ไลฟ์สไตล์ และคนรักสัตว์ โครงการนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม และควรค่าแก่การเข้ามาสัมผัสด้วยตนเอง

14-15 มีนาคมนี้ พบกับงาน OPEN HOUSE เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว เปิดตึกจริงครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมชมห้องจริง วิวจริง และส่วนกลางก่อนใคร พร้อมโปรโมชันพิเศษ และกิจกรรมภายในงาน เริ่ม 2.69 ล้านบาท* ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 500,000 บาท* คลิกที่นี่